12 สุดยอดนินจาในยุคเซ็นโกคุ

 

12 สุดยอดนินจาในยุคเซ็นโกคุ

 

 

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมีเรื่องราวของผู้คนที่อาศัยในเงามืด ซึ่งปรากฏว่าเรื่องราวของพวกเขาเป็นที่สนใจจากทั่วโลกมาก ถึงขั้นที่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นยุคโบราณไปเลย นั่นคือเรื่องราวของ “นินจา” (Ninja) หรือ “ชิโนบิ” (Shinobi)

ถ้าซามูไรคือตัวแทนของนักรบผู้เปี่ยมด้วยวิถีชีวิตอันเคร่งครัดตามหลักบูชิโด นินจาก็เป็นอีกขั้วหนึ่งของเหรียญเดียวกัน ตามที่มีบันทึกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ทั้งจากเอกสารต่างๆ ไปจนถึงภาพลักษณ์ที่นักเขียนหลายคนปั้นแต่งเสริมเพิ่มให้ จึงทำให้นินจาเป็นกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความลี้ลับ มีกลุ่มตระกูลและเครือข่ายพวกพ้อง ดูผิวเผินแล้วเหมือนจะตั้งตนเป็นอิสระ แต่ขณะเดียวกันก็ทำงานอยู่ใต้สังกัดของเหล่าขุนศึกหรือไดเมียวผู้ครองแคว้นด้วย งานหลักของพวกนินจาเกี่ยวข้องกับงานจารชน สืบหาข้อมูล ลาดตระเวน ลอบเข้าพื้นที่เสี่ยงตายของแคว้นฝั่งตรงข้ามเพื่อสืบหาข้อมูล หรือหลายครั้งอาจถึงขั้นตองแทรกซึมไปเข้ากับฝ่ายศัตรู เพื่อล้วงข้อมูล และหาโอกาสลอบสังหาร

ในยุคเซ็นโกคุ (Sengoku) ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่พวกนินจาปรากฏตัวออกมามีบทบาทในทางการเมืองและการทำสงครามชิงอำนาจระหว่างแคว้นของพวกไดเมียวมากที่สุด อีกทั้งในยุคนี้ก็เป็นช่วงที่นินจาหลายตระกูลและหลายหมู่บ้านเริ่มตั้งตัวขึ้นมา แล้วทำงานรับใช้พวกไดเมียว แต่บ้างก็ตั้งตนเป็นอิสระแล้วต่อต้านไดเมียวที่เป็นฝ่ายศัตรู ในยุคนี้จึงมีนินจาชื่อดังหลายคน ที่ชื่อเสียงของพวกเขากลายเป็นตำนานเล่าขานสืบทอดต่อมา เป็นแรงบันดาลใจให้พวกนักเขียนนิยาย นักเขียนการ์ตูน และผู้กำกับภาพยนตร์ได้นำเรื่องราวของพวกเขามาเล่าในมุมที่แตกต่างกันไป

วันนี้เราลองมาดูกันบ้างว่า เมื่อเราพูดถึงสุดยอดนินจา มีใครบ้างที่มีชื่อเสียงและวีรกรรมโด่งดังเป็นพิเศษ ซึ่งเรารวบรวมนินจาในตำนานที่หลายท่านน่าจะคุ้นชื่อ หรือบ้างก็อาจจะเพิ่งเคยได้ยินชื่อของพวกเขาเป็นครั้งแรก โดยเรารวบรวมมาได้ 12 คน ดังนี้

12 สุดยอดนินจาในยุคเซ็นโกคุ

คาโต้ ดันโซ (โทบิ-คาโตะ)
ค.ศ.1503-1569 
ตระกูลนินจา : ไม่แน่ชัด
สังกัดขุนศึก : อุเอสึงิ, ทาเดคะ
วิชาถนัด : คาถาลวงตา วิชาแยกร่าง แปลงโฉม วิชาตัวเบา

อาจกล่าวได้ว่า คาโต้ ดันโซ คือคนแรกที่ทำให้พวกนินจามีภาพลักษณ์ว่าเป็นกลุ่มคนที่มีพลังพิเศษ มีคาถาอาคม มีวิชาลี้ลับเหนือคน ได้ฉายาว่า โทบิ-คาโตะ

ตำนานเล่าว่า ดันโซคือผู้เชี่ยวชาญวิชานินจาพิสดารมากมาย โดยเฉพาะวิชาเหาะเหินเดินอากาศ และคาถาแยกร่าง ทำให้คู่ต่อสู้มองเห็นร่างของเขามีมากกว่า 10-20 ร่างได้ แล้วยังถนัดคาถาอาคม วิชาลวงตา จึงเชื่อกันว่าเขามีทักษะในการสะกดจิต เป็นนักจิตวิทยาชั้นยอดที่ใช้เครื่องมือบางอย่างทำให้ประสาทการรับรู้ของฝ่ายตรงข้ามมีปัญหา และใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ ไม่แน่ชัดว่าดันโซฝึกปรือวิชานินจามาจากไหน ตำนานของเขาค่อนข้างลึกลับและไร้ที่มาที่สุดในบรรดานินจาชื่อดังทั้งหมด

ชื่อของดันโซโด่งดังมากในแถบคันโต ทำให้อุเอสึงิ เคนชิน ขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่แห่งเอจิโกะต้องการได้ตัว จึงเชิญดันโซมาพบ แล้วทดสอบความสามารถจนเป็นที่ประจักษ์ ในตำนานเล่าว่า ดันโซผ่านด่านทดสอบด้วยการฝ่าวงล้อมทหารเฝ้าปราสาทของนาโอเอะ คาเนสึงุ ขุนพลหนุ่มคู่ใจของเคนชิน แล้วเข้าไปขโมยดาบของอีกฝ่ายมาได้ เคนชินชื่นชมมาก แต่ดันโซก็อยู่กับเคนชินได้ไม่นาน เชื่อกันว่าเพราะคาเนสึงุไม่ค่อยชอบใจเขานัก บ้างก็ว่าต่อมาเคนชินเองก็เกิดความระแวง ดันโซจึงแปรพักตร์ไปอยู่กับทาเคดะ ชินเก็น ขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่ง และเป็นศัตรูคู่ปรับตลอดกาลของเคนชิน แต่สุดท้ายแล้วชินเก็นก็ระแวงว่าดันโซจะมาเป็นไส้ศึกหรือป็นสายลับสองหน้าให้เคนชินนั่นเอง ชินเก็นจึงสั่งให้จับดันโซมาประหารชีวิต

แต่ก็มีตำนานเล่าว่า ที่ตายไปนั้นเป็นแค่ตัวปลอม แท้จริงแล้วดันโซยังมีชีวิตอยู่ และทำงานให้ตระกูลอุเอสึงิอย่างลับๆ บ้างก็ว่าเขาออกเร่ร่อนพเนจรไปทั่ว ตำนานของดันโซจึงเป็นเสมือนเรื่องลี้ลับในหมู่นินจาอีกทอดหนึ่ง

โมจิซึกิ ชิโยเมะ
ปีเกิดและตายไม่ทราบแน่ชัด
ตระกูลนินจา : โคงะ
สังกัดขุนศึก : ทาเดคะ
วิชาถนัด : แผนหญิงงาม อาวุธซัด ลอบสังหาร

โมจิซึกิ ชิโยเมะ คือหญิงงามผู้มีจิตใจเหี้ยมหาญที่สุดคนหนึ่ง เป็นผู้ก่อตั้งกองกำลังนินจาหญิง หรือที่เรียกกันว่า “คุโนอิจิ” (Kunoichi) แล้วศึกษาศิลปะศาสตร์หลายอย่าง มุ่งเข้าประชิดเป้าหมายเพื่อสืบหาข่าวและลอบสังหารเป็นหลัก เป็นกำเนิดของเกอิชาที่เป็นทั้งผู้ให้ความบันเทิงและมือสังหารหญิง

เดิมทีชิโยเมะเป็นภรรยาของ โมจิซึกิ โนบุมาสะ ซึ่งเป็นหลานของทาเคดะ ชินเก็น ขุนศึกผู้ยิ่งยง ตำนานเล่าว่าเดิมทีชิโยเมะเป็นคนจากหมู่บ้านโคงะ จึงมีวิชานินจาติดตัว ความสามารถเหนือกว่าหญิงสาวทั่วไป แม้จะมีรูปโฉมงดงาม แต่ก็มีจิตใจห้าวหาญ กร้าวแกร่งด้วย ต่อมาสามีของนางเสียชีวิตในการทำศึกกับอุเอสึงิ เคนชิน ทำให้นางแค้นมาก แล้วขอร้องชินเก็น ยอมอนุญาตให้เธอรวบรวมหญิงสาวที่เป็นหม้าย และพวกเด็กผู้หญิงไร้บ้าน หรือเป็นเหยื่อเคราะห์ร้ายจากสงคราม มาก่อตั้งองค์กรเครือข่ายที่จะสะท้านสะเทือนฟ้าดินขึ้นอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด นี่จึงเป็นการถือกำเนิดขององค์กรคุโนอิจิ มีฐานที่มั่นอยู่ที่หมู่บ้านนาสุ เครือข่ายคุโนอิจิของชิโยเมะนั้นเชื่อว่าได้กระจายตัวออกไปในภูมิภาคต่างๆมากกว่า 300 คน

ชิโยเมะฝึกฝนหญิงสาวเหล่านี้ด้วยศาสตร์ของนินจาโคงะ ทั้งวิชาการต่อสู้ การใช้อาวุธลับ วิชาหอก ทวน แต่ที่โดดเด่นมากคือการผสมผสานกับศาสตร์ของนางรำ การใช้เสน่หาความงดงามในการร่ายรำ การเล่นดนตรี คุโนอิจิเหล่านี้จึงกลายเป็นเกอิชาที่เชี่ยวชาญศิลปศาสตร์และการใช้เสน่ห์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างเต็มเปี่ยม และบางส่วนก็ได้เป็นบวชชี หรือเป็นมิโกะในศาลเจ้า คอยสืบหาข่าว และงานลอบสังหาร เพราะในสมัยนั้น วัดและศาลเจ้ามีอิทธิพลสำหรับผู้ครองแคว้นแต่ละแห่งสูงมาก

หลังจากชินเก็นป่วยหนักแล้วสิ้นชีพอย่างกะทันหันในปีค.ศ.1573 ชิโยเมะก็หายตัวไป แต่เครือข่ายคุโนอิจิของนางก็ยังคงเคลื่อนไหวและทำงานให้ตระกูลทาเคดะอย่างลับๆ จนกระทั่งวันที่ตระกูลทาเคดะสิ้นสลายลงไปแล้ว สมาชิกขององค์กรก็แทรกซึมตัวเองเข้าอยู่ในสังคมนับแต่นั้น

12 สุดยอดนินจาในยุคเซ็นโกคุ

โมโมจิ ซานาดะยู
ปีเกิดและตายไม่ทราบแน่ชัด
ตระกูลนินจา : อิงะ
สังกัดขุนศึก : ไม่มี
วิชาถนัด : ไม่แน่ชัด

หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มนินจาอิงะ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1ใน 3 นินจาอิงะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ร่วมกับ ฮัตโตริ ฮันโซ และ ฟูจิบายาชิ นางาโตะ

ตัวตนของซานาดะยูค่อนข้างลี้ลับ และมีข้อมูลน้อยมาก เราพอจะทราบเพียงว่า ชื่อของเขาปรากฏในบันทึกเอกสารของโอดะ โนบุนางะ ที่กล่าวถึง ศึกเท็นโช ซึ่งเป็นศึกที่โนบุนางะเคลื่อนทัพใหญ่เข้ากวาดล้างกองกำลังนินจาอิงะอย่างรุนแรงนานนับปี ศึกครั้งนี้ส่งผลให้ฐานที่มั่นหลักของนินจาอิงะโดนกวาดล้างจนแทบจะสิ้นสลายไป

เชื่อกันว่า ซานาดะยู ได้ยืนหยัดต่อสู้กับทัพโนบุนางะในศึกเท็นโชจนสิ้นชีพ แต่ก่อนหน้านี้เขาได้คิดหาทางป้องกันความพินาศไว้ก่อน ด้วยการแตกตระกูลอิงะออกเป็นสามสายหลัก แล้วซานาดะยูก็มีภรรยาสามคน ซึ่งเป็นหญิงสาวที่มาจากทั้งสามสายหลัก เพื่อหากว่าสายใดเกิดปัญหา อีกสองสายก็จะเข้าช่วยเหลือ หรือกรณีเลวร้ายที่สุด สายที่ยังรอดอยู่ก็จะได้รับช่วงสืบทอดอิงะต่อไป

ฮัตโตริ ฮันโซ
ค.ศ.1542-1596
ตระกูลนินจา : อิงะ
สังกัดขุนศึก : โตคุงาวะ
วิชาถนัด : แทรกซึม พรางตัว ลอบสังหาร วิชาหอก

ชื่อเสียงและความสามารถในฐานะนินจาของฮันโซมักได้รับการกล่าวขานถึงเป็นอันดับต้นๆของเหล่านินจาอยู่เสมอ อาจกล่าวว่าเขาคือนินจาที่เก่งที่สุด และยังเป็นนินจาที่ประสบความสำเร็จในด้านตำแหน่งหน้าที่ทางราชการและการเมืองมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะเขาเป็นนินจาคนแรกที่สามารถผันตัวเองจากโลกมืดออกมาอยู่เบื้องหน้า มีตำแหน่งสูงในฐานะครูสอนดาบและที่ปรึกษาส่วนตัวของโชกุน โตคุงาวะ อิเอยาสุ

ฮันโซเป็นผู้นำนินจาอิงะซึ่งผงาดขึ้นมาสร้างชื่อเสยงโด่งดังมาก เข้ารับใช้อิเอยาสุตั้งแต่เริ่มตั้งตัว เข้าร่วมสนามรบและสร้างผลงานหลายครั้ง โดยเฉพาะในยุทธการศึกที่ทุ่งมิคาตากะฮาระ ซึ่งศึกนี้อิเอยาสุพ่ายแพ้ให้กับทาเคดะ ชินเก็นอย่างหมดรูป แต่หลังจากนั้นคืนเดียว อิเอยาสุก็ได้พลิกสถานการณ์กลับมาตอบโต้ชินเก็นอย่างกล้าหาญ โดยการใช้แผนปราสาทว่าง เพื่อล่อชินเก็นให้เกิดความระแวง ต้องตั้งค่ายรอเชิงอยู่ แล้วในคืนนั้น ฮันโซก็นำนินจาอิงะลอบโจมตีเพื่อก่อกวนชินเก็น จากนั้นไม่นานชินเก็นก็ต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินทัพ แต่แล้วชินเก็นก็ป่วยหนักแล้วสิ้นชีพลงกะทันหัน จนเกิดเป็นตำนานเล่าว่า ฮันโซสามารถเข้าถึงตัวขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่อย่างชินเก็นแล้วลอบสังหารอีกฝ่ายได้สำเร็จ แต่พวกทาเคดะปิดข่าวการตายไว้

ฮันโซอยู่รับใช้อิเอยาสุเรื่อยมาอีกนับสิบปี เนื่องจากฮันโซไม่ได้เป็นนินจาธรรมดา แต่มีทักษะหลายอย่างของซามูไรและเสนาธิการ โดยเฉพาะวิชาหอกและการวางแผนกลยุทธ์ทางทหาร แล้วยังเชี่ยวชาญวิชาพรางตัวมาก จนได้ฉายาเป็นนินจาเงาหรือนินจาปีศาจ ต่อมาอิเอยาสุจึงแต่งตั้งให้เขาเป็นขุนนาง มีศักดินาและปราสาทในปกครองของตนเอง ในช่วงบั้นปลาย ฮันโซจึงฝึกฝนนินจาอิงะชุดหนึ่งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้เป็นหน่วยองครักษ์ของอิเอยาสุ ซึ่งต่อมาเมื่ออิเอยาสุขึ้นเป็นโชกุน หน่วยนี้ก็ได้พัฒนามาเป็นหน่วยองรักษ์สำหรับพิทักษ์โชกุนของโตคุงาวะมาทุกรุ่น ในชื่อ โอนิวาบันชู

ฮันโซมีความภักดีต่อตระกูลโตคุงาวะมาก เมื่ออายุเข้าช่วง 54-55 ปี ก็ได้ออกบวชเป็นพระแล้วสร้างวัดเพื่อให้โนบุยาสุ บุตรชายของอิเอยาสุที่โดนโนบุนางะสั่งให้ปลิดชีพตนเองไปก่อนหน้านี้

สำหรับการตายของฮันโซก็ไม่แน่ชัดนัก บางตำนานเล่าว่าเขาโดนนินจาฟูมะ โคทาโร่ ลอบสังหาร

ฟูจิบายาชิ นางาโตะ
ค.ศ.???-1581
ตระกูลนินจา : อิงะ
สังกัดขุนศึก : ไม่มี
วิชาถนัด : ไม่แน่ชัด

เขาเป็น 1ใน 3 นินจาอิงะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ร่วมกับ ฮัตโตริ ฮันโซ และ โมโมจิ ซานาดะยู เรื่องราวของเขาไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก จากข้อมูลที่มีทำให้ทราบว่าเขาเป็นรองหัวหน้าของนินจาอิงะที่อยู่ใต้สังกัดของซานาดะยูอีกทีหนึ่ง แล้วร่วมกันสร้างวิชานินจาและหมู่บ้านอิงะจนโด่งดัง ในขณะที่ฮันโซนั้นนำนินจาอิงะบางส่วนออกไปทำงานรับราชการกับอิเอยาสุ

เมื่อครั้งที่โนบุนางะส่งทหารบุกกวาดล้างนินจาอิงะในศึกเท็นโช เขาเป็นคนหนึ่งที่ยืดหยัดช่วยเหลือซานาดะยูในการทำศึกต่อต้านโนบุนางะ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้แล้วโดนสังหาร

เรื่องราวของนางาโตะเป็นที่รู้จักขึ้นได้นั้น เพราะเขาเป็นผู้เขียนคัมภีร์เคล็ดวิชาลับของนินจาอิงะ ซึ่งสืบทอดกันมาในตระกูลฟูจิบายาชิ ทำให้คนญี่ปุ่นรุ่นหลังได้ทราบเรื่องราวและวิชานินจาของอิงะได้

โทโมะ สุเคซาดะ
ปีเกิดและตายไม่ทราบแน่ชัด
ตระกูลนินจา : โคงะ
สังกัดขุนศึก : อิมากาวะ, โตคุงาวะ
วิชาถนัด : แทรกซึม ลอบโจมตี

ถ้าพวกอิงะคือกลุ่มนินจาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด กลุ่มนินจาโคงะก็เป็นคู่แข่งสำคัญไม่แพ้กัน ทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งกันพอสมควร และเมื่อครั้งที่โนบุนางะเข้ากวาดล้างพวกอิงะนั้น พวกโคงะก็เลือกจะอยู่ฝ่ายตรงข้ามมากกว่าด้วย แต่ภายหลังนินจาโคงะส่วนใหญ่ก็มาเข้าด้วยกับตระกูลโตคุงาวะ ทำให้พวกเขาได้ทำงานร่วมกับนินจาอิงะต่อมา แต่ชื่อเสียงเกียรติภูมิของโคงะก็ยังเป็นรองอิงะอยู่ อีกทั้งนินจาชื่อดังของโคงะก็มีน้อยกว่าด้วย

สุเคซาดะ คือนินจาโคงะที่มีชื่อเสียงและความสามารถสูงส่งไม่แพ้พวกอิงะ เดิมทีพวกโคงะเคยทำงานรับใช้ตระกูลอิมากาวะซึ่งเป็นเจ้านายของโตคุงาวะอีกที แต่หลังจากพ่ายศึกให้โนบุนางะ ตระกูลอิมากาวะก็ล่มสลายในเวลาต่อมา ทายาทที่ยังเหลือก็กลายเป็นข้ารับใช้ของโตคุงาวะไปแทน พวกโคงะจึงได้เข้าไปทำงานรับใช้โตคุงาวะด้วย ครั้งหนึ่ง สุเคซาดะและนินจาโคงะจำนวนหนึ่งได้สร้างผลงานแทรกซึมแล้วบุกโจมตีปราสาทคามิโนกุจนแตกพ่าย อิเอยาสุจึงครองอำนาจในสุรุกะได้ ผลงานนี้ทำให้พวกโคงะได้เข้ามารับใช้อิเอยาสุจนถึงในสมัยของโชกุนฮิเดทาดะ

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *